เห็นข่าว "บาทแข็ง" "บาทอ่อน" แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพอร์ตเทรดของเรา
เชื่อว่าหลายคนที่เพิ่งเริ่มเทรด Forex เคยสงสัยว่า ทำไมสื่อการเงินถึงพูดถึงเรื่องค่าเงินบาทแข็งหรือบาทอ่อนอยู่บ่อยๆ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับพอร์ตเทรดของเราที่ส่วนใหญ่ฝากเงินและเทรดกันด้วยสกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD) ไม่ได้เทรดคู่เงินบาทโดยตรงด้วยซ้ำ
คำตอบคือ เกี่ยวข้องแน่นอน ทั้งทางตรงตอนที่เราฝากถอนเงิน และทางอ้อมผ่านทิศทางของเงินดอลลาร์ที่ขับเคลื่อนตลาดโลกทั้งกระดาน วันนี้เราจะมาไล่ดูทีละจุดแบบเข้าใจง่ายกัน
ค่าเงินบาทแข็ง-อ่อน คืออะไรกันแน่
พูดง่ายๆ ค่าเงินบาทแข็ง หมายถึง เงินบาทของเรามีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น เช่น จากเดิมต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกดอลลาร์ 1 ดอลลาร์ กลายเป็นใช้เงินบาทน้อยลง ส่วนค่าเงินบาทอ่อน คือตรงกันข้าม คือเงินบาทมีมูลค่าลดลง ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการแลกดอลลาร์จำนวนเท่าเดิม
ปัจจัยที่ทำให้บาทแข็งหรืออ่อนมีหลายอย่าง เช่น ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (Fed) การไหลเข้าออกของเงินลงทุนต่างชาติ สถานการณ์ท่องเที่ยวและการส่งออกของไทย รวมถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม
ผลกระทบทางตรง เวลาฝาก-ถอนเงินเข้าพอร์ตเทรด
นี่คือจุดที่นักเทรดไทยสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด เพราะบัญชีเทรด Forex ส่วนใหญ่เปิดเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ เวลาเราโอนเงินบาทเข้าไปฝาก หรือถอนเงินดอลลาร์ออกมาเป็นเงินบาท จะมีการแปลงค่าเงินเกิดขึ้นเสมอ
ตัวอย่างสมมตินะครับ สมมติวันนี้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 34 บาท เราโอนเงิน 34,000 บาท เข้าพอร์ตเทรด จะได้เงินในบัญชีประมาณ 1,000 ดอลลาร์ (ไม่รวมค่าธรรมเนียมของแต่ละช่องทาง) แต่ถ้าวันที่เราถอนเงินออกมา บาทแข็งขึ้นเป็น 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 32 บาท เงิน 1,000 ดอลลาร์เดิม เมื่อแปลงกลับเป็นบาทจะได้เพียงประมาณ 32,000 บาท แม้พอร์ตเทรดของเราจะไม่ได้ขาดทุนอะไรเลยก็ตาม
ในทางกลับกัน ถ้าตอนถอนเงินบาทอ่อนลง เช่นไปอยู่ที่ 36 บาทต่อดอลลาร์ เงิน 1,000 ดอลลาร์เดิมจะแปลงกลับมาได้ถึง 36,000 บาท มากกว่าตอนฝากเข้าไปเสียอีก จุดนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม เพราะโฟกัสแต่กำไรขาดทุนในพอร์ตอย่างเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริงกำไรขาดทุนที่แท้จริงเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ตอนนั้นด้วย
ผลกระทบทางอ้อม ต่อสภาพคล่องและทิศทางตลาดโลก
นอกจากเรื่องฝากถอนแล้ว ค่าเงินบาทยังสะท้อนภาพใหญ่ของตลาดโลกได้ด้วย เพราะบาทแข็งหรืออ่อนมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งล้วนได้รับอิทธิพลจากปัจจัยเดียวกัน นั่นคือทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐและนโยบายดอกเบี้ยของเฟด
เวลาที่เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยในระดับสูง เงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้นโดยรวม ส่งผลให้เงินบาทและสกุลเงินเอเชียอื่นๆ อ่อนค่าลงพร้อมกัน ในทางกลับกัน หากเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย เงินดอลลาร์มักอ่อนค่า และเงินบาทก็มักแข็งค่าขึ้นตาม
สิ่งเหล่านี้เป็นตัวเดียวกับที่ขับเคลื่อนคู่เงินหลักที่นักเทรดส่วนใหญ่นิยมเทรดกัน เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD รวมถึงทองคำ (XAU/USD) ด้วย เพราะเมื่อดอลลาร์แข็งค่า สินทรัพย์เหล่านี้มักปรับตัวลดลง และเมื่อดอลลาร์อ่อนค่า สินทรัพย์เหล่านี้มักปรับตัวขึ้น พูดง่ายๆ ว่าถ้าเราเข้าใจทิศทางที่ทำให้บาทแข็งหรืออ่อน เราก็จะเข้าใจภาพรวมทิศทางตลาดโลกไปพร้อมกันด้วย
สรุปสิ่งที่นักเทรดมือใหม่ควรจับตา
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเทรด แนะนำให้ลองสังเกตสองเรื่องคู่กัน คือหนึ่ง จังหวะที่จะฝากหรือถอนเงินจากพอร์ตเทรด ควรดูอัตราแลกเปลี่ยนคร่าวๆ ประกอบด้วย เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสหรือเสียเปรียบโดยไม่จำเป็น และสอง ลองติดตามข่าวดอกเบี้ยเฟดและทิศทางเงินดอลลาร์ เพราะสิ่งเหล่านี้มักส่งผลไปพร้อมกันทั้งค่าเงินบาทและคู่เงินหลักที่เราเทรดอยู่ในพอร์ต
การเข้าใจความเชื่อมโยงนี้ไม่ได้แปลว่าจะช่วยให้เราคาดเดาตลาดได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จะช่วยให้เรามองภาพรวมได้กว้างขึ้น และวางแผนการเงินส่วนตัวได้รอบคอบมากขึ้น
ทั้งนี้ตลาด Forex และค่าเงินมีความผันผวนสูง ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยพร้อมกัน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน บริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และไม่ควรใช้เงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมาลงทุน
ถ้าอยากเข้าใจเรื่องค่าเงินและปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาด Forex แบบละเอียดมากขึ้น ลองมาร่วมฟังสัมมนา Forex ฟรีของเราดูได้ครับ



