หลายคนเคยเป็นแบบนี้ไหม นั่งฟังสัมมนาทั้งวัน รู้สึกเข้าใจทุกอย่าง จดโน้ตเต็มสมุด ถ่ายรูปสไลด์ไว้เพียบ แต่พอผ่านไปสักสามสี่วัน กลับมาเปิดโน้ตอ่านอีกที กลับรู้สึกเหมือนไม่เคยฟังมาก่อน จำได้ลางๆ ว่าวิทยากรพูดถึงอะไรบางอย่าง แต่รายละเอียดหายไปหมดแล้ว
ถ้าคุณเป็นแบบนี้ ไม่ต้องกังวลว่าตัวเองความจำไม่ดี เพราะนี่คือเรื่องปกติของสมองมนุษย์ทุกคน และมีวิธีจัดการได้ไม่ยาก
ทำไมความรู้ถึงหายไปเร็วขนาดนี้
มีงานวิจัยด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ที่พูดถึงปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Forgetting Curve หรือ เส้นโค้งการลืม ซึ่งอธิบายง่ายๆ ว่า สมองคนเราจะลืมข้อมูลใหม่ไปมากที่สุดในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังรับรู้ข้อมูลนั้น ถ้าไม่มีการทบทวนซ้ำ
นั่นหมายความว่า ช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่จะตัดสินว่าความรู้จากสัมมนาจะอยู่กับคุณนานแค่ไหน ไม่ใช่ตอนนั่งฟังในห้อง แต่เป็น ช่วง 1-2 วันหลังจบสัมมนา ต่างหาก
เพราะฉะนั้นเป้าหมายของบทความนี้ไม่ใช่การบอกให้คุณจำทุกอย่างให้ได้ แต่คือการสร้างระบบง่ายๆ ที่ช่วยดึงความรู้กลับมาใช้ซ้ำ ก่อนที่มันจะหายไปตามธรรมชาติของสมอง
สามสิ่งที่ควรทำใน 24 ชั่วโมงแรก
สิ่งแรก คือ กลับมาอ่านโน้ตของตัวเองทันทีที่มีเวลาว่าง ไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุดหรือวันที่ว่างจริงๆ แค่ใช้เวลาสิบถึงสิบห้านาทีไล่อ่านสิ่งที่จดมา แล้วลองเขียนสรุปใหม่ด้วยคำพูดของตัวเองสั้นๆ สามถึงห้าประโยค วิธีนี้จะบังคับให้สมองประมวลผลข้อมูลอีกรอบ ซึ่งช่วยให้จำได้นานขึ้นกว่าการอ่านผ่านเฉยๆ
สิ่งที่สอง คือ แยกให้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เข้าใจแล้วจริงๆ กับอะไรที่ยังงงอยู่ ตัวอย่างเช่น สมมติวิทยากรพูดถึงเรื่องการอ่านแนวรับแนวต้าน คุณอาจเข้าใจหลักการคร่าวๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะลากเส้นตรงไหนถึงจะถูก ให้จดเป็นคำถามไว้เลยว่า ยังไม่เข้าใจเรื่องอะไรบ้าง แล้วหาคำตอบเพิ่มทีหลัง จะมีประสิทธิภาพกว่าการปล่อยผ่านไปเฉยๆ
สิ่งที่สาม คือ เลือกความรู้แค่หนึ่งถึงสองเรื่องที่น่าจะนำไปใช้ได้จริงก่อน ไม่ต้องพยายามเอาทุกเรื่องที่ฟังมาไปใช้พร้อมกัน เพราะสัมมนาส่วนใหญ่มักอัดเนื้อหาไว้เยอะ การเลือกโฟกัสแค่บางจุดจะช่วยให้คุณฝึกฝนได้ลึกและเห็นผลชัดกว่า
สร้างระบบทบทวนให้เป็นนิสัย ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
การทบทวนแค่วันเดียวหลังสัมมนาไม่พอ เพราะ Forgetting Curve จะยังทำงานต่อเนื่องไปเรื่อยๆ วิธีที่ช่วยได้คือการทบทวนซ้ำเป็นช่วงๆ เช่น ทบทวนอีกครั้งในวันที่สาม แล้วอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไป แต่ละครั้งไม่ต้องใช้เวลานาน แค่สิบนาทีก็เพียงพอ
วิธีง่ายๆ ที่หลายคนใช้ได้ผลคือการสร้างไฟล์สรุปสั้นๆ เก็บไว้ในมือถือหรือสมุดเล่มเดียว แล้วเปิดอ่านทุกครั้งที่มีเวลาว่างห้านาที เช่น ระหว่างรอรถ หรือก่อนนอน การเจอข้อมูลซ้ำๆ แบบเบาๆ แต่สม่ำเสมอ จะมีผลต่อความจำระยะยาวมากกว่าการอ่านยาวๆ ครั้งเดียวแล้วเลิก
นอกจากนี้ การลองอธิบายสิ่งที่เรียนมาให้คนอื่นฟัง เช่น เพื่อนหรือคนในครอบครัว ก็เป็นวิธีทบทวนที่ได้ผลดีมาก เพราะการอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ จะบังคับให้คุณต้องจัดระเบียบความคิดของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น
อย่าเรียนรู้คนเดียว หาคนที่ไปในทางเดียวกัน
อีกเหตุผลหนึ่งที่ความรู้จากสัมมนาหายไปเร็ว คือการไม่มีใครคอยพูดคุยแลกเปลี่ยนต่อ พอกลับไปใช้ชีวิตปกติ ก็ไม่มีสิ่งกระตุ้นให้นึกถึงเรื่องที่เรียนมาอีก
การหาเพื่อนที่สนใจเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไปสัมมนาด้วยกัน หรือกลุ่มที่พูดคุยกันหลังจบงาน จะช่วยให้มีคนคอยถามไถ่ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเตือนความจำกันและกันโดยธรรมชาติ ลองตั้งเป้าเล็กๆ ร่วมกัน เช่น สัปดาห์นี้ลองฝึกเรื่องที่เรียนมาแล้วมาเล่าให้ฟังกัน วิธีนี้จะช่วยให้ความรู้ไม่จางหายไปเฉยๆ เหมือนตอนเรียนคนเดียว
สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ สัมมนาเป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่ปลายทาง ความรู้ที่ได้มาจะมีค่าก็ต่อเมื่อถูกนำไปทบทวนและฝึกฝนต่ออย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ฟังแล้วเก็บไว้เฉยๆ
การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงและไม่มีสูตรสำเร็จที่รับประกันผลกำไรได้ ความรู้จากสัมมนาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ผู้ที่สนใจควรศึกษาเพิ่มเติม ฝึกฝนอย่างรอบคอบ และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุนจริงทุกครั้ง
ถ้าใครยังไม่เคยลองเข้าร่วมสัมมนาฟอเร็กซ์แบบฟรีๆ สักครั้ง ลองติดตามตารางสัมมนาของ Welseminar ไว้เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้แบบมีระบบดูได้เช่นกัน
_ภาพ: Photo by Ketut Subiyanto on Pexels (https://www.pexels.com/photo/notebook-and-papers-on-red-table-4964755/)_



