ตลาดทองคำระดับโลก (XAU/USD) ประสบภาวะแรงกดดันอย่างหนัก โดยเคลื่อนไหวแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบและทดสอบระดับ 4,329 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลงราว 0.45% จากราคาปิดวันก่อนหน้า การย่อตัวลงของราคาทองคำเป็นผลมาจากแรงขายทำกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ตึงเครียดในตลาดการเงินโลก
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำเกิดจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้นเกินคาด โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.4% YoY ซึ่งทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดปรับเพิ่มน้ำหนักถึง 85%-86% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 basis points ในการประชุมที่จะถึงนี้ เพื่อสะกัดกั้นเงินเฟ้อระลอกใหม่ การคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยเชิงรุก (Hawkish) ของ Fed ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Yield) ทะยานขึ้น จนทำให้อัตราผลตอบแทนของการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยดูมีความน่าสนใจลดลง
ในขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 99.31 จุด การแข็งค่าของเงินดอลลาร์กลายเป็นแรงต้านสำคัญที่จำกัดการฟื้นตัวของ XAU/USD อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนพยุงฐานไว้บางส่วนจากอุปสงค์สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Demand) เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังเหตุการณ์โจมตีเรือขนส่งน้ำมันและเส้นทางลำเลียงในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นเหนือ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อให้เกิดความกังวลเรื่อง Stagflation และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามต่อจากนี้ คือผลการประชุมนโยบายการเงินของ Fed พร้อมถ้อยแถลงของประธาน Fed และรายงานประมาณการเศรษฐกิจ (Dot Plot) รวมถึงการประมูลตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ นอกจากนี้ การประชุมระหว่างกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ
ภาพรวมปัจจุบันของ XAU/USD อยู่ในทิศทาง Neutral ถึง Bearish (เอนเอียงไปทางลบ) ในระยะสั้น เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจเชิงปริมาณ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่สูง ดอลลาร์ที่แข็งค่า และผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นแรงกดดันหลัก แม้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยพยุงไม่ให้ราคาหลุดแนวรับสำคัญระดับ 4,300 ดอลลาร์ก็ตาม ระยะสั้นราคาทองคำน่าจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Consolidation เพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายการเงินของ Fed และทิศทางราคาน้ำมันโลก



