ถ้าคุณเคยตั้งเป้าว่า เดือนนี้ต้องได้กำไร 30% แล้วพอผ่านไปสองสัปดาห์พอร์ตติดลบ ความรู้สึกท้อก็ถาโถมเข้ามา นี่คือปัญหาที่เทรดเดอร์มือใหม่เจอกันเกือบทุกคน และต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝีมือเทรดอย่างเดียว แต่อยู่ที่ การตั้งเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของตลาด
ทำไมเป้ากำไรแบบ 20-50% ต่อเดือน คือกับดัก
ตัวเลขกำไรที่สูงลิ่วแบบนี้มักมาจากการเห็นโพสต์โชว์พอร์ตในโซเชียล หรือโฆษณาคอร์สเทรดที่อวดผลตอบแทนเกินจริง แต่สิ่งที่เราไม่เห็นคือ ไม้ที่ขาดทุนถูกตัดออกจากภาพ หรือเป็นผลลัพธ์จากการเสี่ยงสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่โชคดีเท่านั้น
เมื่อเทรดเดอร์ตั้งเป้าสูงเกินจริง สิ่งที่ตามมาคือพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อพอร์ต เช่น เพิ่มขนาดไม้เกินแผนเพื่อไล่ตามตัวเลข หรือฝืนเปิดออเดอร์ทั้งที่ไม่มีสัญญาณชัดเจน เพราะใจร้อนอยากให้ถึงเป้าตามกำหนด ผลลัพธ์คือ ยิ่งอยากได้เร็ว ยิ่งเสี่ยงพัง และสุดท้ายเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็กลายเป็นแรงกดดันที่ทำลายวินัยการเทรดของตัวเอง
เป้าหมายที่สมเหตุสมผลควรคำนวณจากอะไร
ก่อนตั้งตัวเลขเป้ากำไร ลองกลับมาดูปัจจัยพื้นฐานสามอย่างนี้ก่อน
- ขนาดทุนที่มี และระดับความเสี่ยงต่อไม้ที่รับได้ ซึ่งบทความเรื่องบริหารความเสี่ยง 1-2% ต่อไม้ได้อธิบายไว้แล้วว่าทำไมตัวเลขนี้ถึงเป็นมาตรฐานที่ปลอดภัย
- จำนวนไม้ที่เทรดจริงต่อเดือน และอัตราชนะ (win rate) ของระบบที่ใช้ ถ้ายังไม่มีสถิติของตัวเอง ควรเก็บข้อมูลจากบัญชีเดโมหรือพอร์ตจริงอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อน
- อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (risk-reward ratio) ของแผนเทรด เช่น เสี่ยง 1 ส่วน เพื่อหวังผลตอบแทน 2 ส่วน ถ้าอัตราส่วนนี้ไม่ชัดเจน เป้ากำไรที่ตั้งไว้ก็เป็นแค่การเดาสุ่ม
เมื่อนำสามปัจจัยนี้มาคำนวณร่วมกัน จะเห็นภาพชัดว่าเป้าหมายที่เป็นไปได้จริงอยู่ที่ระดับใด ไม่ใช่ตัวเลขที่ลอกมาจากคนอื่น
ตัวอย่างสมมติ การตั้งเป้าแบบเป็นขั้นบันได
ลองสมมติว่าคุณมีทุน 10,000 บาท และตั้งใจเสี่ยง 1% ต่อไม้ หรือประมาณ 100 บาทต่อครั้ง หากระบบของคุณมีอัตราชนะประมาณครึ่งหนึ่ง และอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอยู่ที่ 1 ต่อ 2 การตั้งเป้ากำไรเดือนละ 5-10% ของทุน ถือว่าเป็นตัวเลขที่พอจับต้องได้มากกว่าการหวังกำไรหลักสิบเปอร์เซ็นต์ในเดือนเดียว
ตัวเลขนี้เป็นเพียง ตัวอย่างสมมติ เพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่การการันตีผลตอบแทนหรือสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะแต่ละคนมีระบบเทรด ความถี่ในการเข้าไม้ และสภาพตลาดที่เจอแตกต่างกันไป
สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขคือการตั้งเป้าแบบ ขั้นบันได เริ่มจากเป้าที่ทำได้จริงในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ปรับขึ้นเมื่อมีสถิติยืนยันว่าระบบของเราทำกำไรได้สม่ำเสมอ ไม่ใช่กระโดดไปตั้งเป้าสูงตั้งแต่เดือนแรกที่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย
โฟกัสที่กระบวนการ มากกว่าตัวเลขกำไร
เทรดเดอร์ที่อยู่รอดในตลาดระยะยาว มักไม่ได้วัดความสำเร็จจากกำไรรายเดือนอย่างเดียว แต่วัดจาก ความสม่ำเสมอของการทำตามแผน เช่น เข้าไม้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้าทุกครั้งหรือไม่ ตั้ง Stop Loss ตามจุดที่วิเคราะห์ไว้โดยไม่ขยับหนีหรือไม่ และควบคุมขนาดความเสี่ยงต่อไม้ได้ตามแผนหรือไม่
ถ้าทำตามกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง กำไรมักจะตามมาเองในระยะยาว แต่ถ้าโฟกัสที่ตัวเลขกำไรอย่างเดียวโดยไม่สนใจกระบวนการ จะนำไปสู่การฝืนกฎที่ตัวเองตั้งไว้ และวนกลับไปสู่ปัญหาเดิมคือเสี่ยงเกินตัวเพื่อไล่ตามเป้า
เมื่อเป้าหมายไม่ถึง ควรทำอย่างไร
หากเดือนนี้ทำกำไรไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ สิ่งแรกที่ควรทำคือกลับไปดูว่าทำตามแผนเทรดของตัวเองครบถ้วนหรือไม่ ถ้าทำตามแผนแล้วแต่ผลลัพธ์ยังไม่ถึงเป้า อาจเป็นเพราะเป้าหมายที่ตั้งไว้สูงเกินความเป็นจริงของระบบ ควรปรับเป้าลงให้สอดคล้องกับสถิติที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าพยายามฝืนเทรดเพิ่มเพื่อตามเป้าให้ทัน
ในทางกลับกัน หากไม่ได้ทำตามแผน เช่น เข้าไม้นอกเงื่อนไข หรือขยับ Stop Loss บ่อยครั้ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เป้าหมาย แต่อยู่ที่วินัยในการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ ซึ่งต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุนี้ก่อน
การตั้งเป้ากำไรต่อเดือนที่ดีที่สุด คือเป้าที่ ไม่ทำให้คุณต้องฝืนธรรมชาติของตลาดหรือฝืนระบบของตัวเอง และเป็นเป้าที่คุณสามารถอธิบายที่มาที่ไปได้ด้วยตัวเลขจริงของตัวเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืมมาจากความคาดหวังหรือภาพโฆษณาที่ดูสวยหรูเกินจริง
หากคุณกำลังเริ่มต้นวางแผนเทรดและอยากเข้าใจพื้นฐานการตั้งเป้าหมายอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น ลองมาร่วมฟังสัมมนา Forex ฟรีจาก Welseminar เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกับทีมงานและผู้เทรดคนอื่น ๆ ได้โดยตรง
คำเตือนความเสี่ยง การเทรด Forex และตราสารทางการเงินมีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลลัพธ์ในอนาคต ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
_ภาพ: Photo by https://kaboompics.com/ on Pexels (https://www.pexels.com/photo/close-up-photo-of-a-person-counting-her-money-4475473/)_



