หลายคนที่เริ่มดูข่าวเศรษฐกิจมักได้ยินประโยคซ้ำ ๆ ว่า ดอลลาร์แข็งค่า ทองคำจะลง ฟังดูเหมือนเป็นกฎเหล็กที่ใช้ได้ตลอดเวลา แต่ถ้าลองเปิดกราฟทองคำย้อนหลังดูจริง ๆ จะพบว่ามีหลายช่วงที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แต่ทองคำกลับไม่ลงตามที่คาด หรือบางครั้งขึ้นสวนทางไปเลยด้วยซ้ำ คำถามคือทำไมความสัมพันธ์นี้ถึงไม่จริงเสมอไป
ทำไมดอลลาร์แข็งมักกดทองลง
ต้องเข้าใจก่อนว่าทองคำในตลาดโลกส่วนใหญ่ซื้อขายกันด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เวลาดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หมายความว่าเงินสกุลอื่นต้องใช้มากขึ้นในการซื้อทองจำนวนเท่าเดิม ทำให้ความต้องการซื้อทองจากประเทศอื่นลดลง ราคาทองจึงมีแนวโน้มอ่อนตัวลงตาม นี่คือกลไกพื้นฐานที่ทำให้คนพูดกันติดปากว่า ดอลลาร์แข็ง ทองลง
อีกมุมหนึ่งคือเรื่องดอกเบี้ย เวลาดอลลาร์แข็งค่าเพราะธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ย การถือทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยจะดูด้อยค่าลงเมื่อเทียบกับการถือเงินสดหรือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทน นักลงทุนบางส่วนจึงเทขายทองไปถือสินทรัพย์อื่นแทน ทำให้ราคาทองร่วงลงไปอีก
ตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ
ลองสมมติว่าดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นจาก 100 เป็น 102 จุดในสัปดาห์เดียว ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติที่ไม่มีปัจจัยแทรกซ้อน ราคาทองคำอาจขยับลงตามแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งขึ้น แต่ถ้าสัปดาห์นั้นเกิดความกังวลเรื่องสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นมาพร้อมกัน นักลงทุนบางกลุ่มอาจเทเงินเข้าทั้งดอลลาร์และทองคำพร้อมกัน เพราะทั้งสองถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเหมือนกัน ผลคือทองคำอาจขึ้นสวนทางดอลลาร์ได้ ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ข้อมูลจริงจากตลาด
เมื่อไหร่ที่สูตรนี้ใช้ไม่ได้
มีหลายสถานการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์กับทองคำจะเพี้ยนไปจากที่คาด
สถานการณ์แรกคือช่วงที่ตลาดอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หรือที่เรียกว่า risk off เวลาเกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอนทางการเมืองหรือเศรษฐกิจโลก นักลงทุนมักแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยทุกชนิดพร้อมกัน ทั้งดอลลาร์และทองคำ ทำให้ทั้งสองขึ้นพร้อมกันได้
สถานการณ์ที่สองคือแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก หลายปีที่ผ่านมาธนาคารกลางของหลายประเทศสะสมทองคำไว้เป็นทุนสำรอง เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ในระยะยาว แรงซื้อระดับนี้มีผลต่อราคาทองมาก และไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้นเลย
สถานการณ์ที่สามคือเรื่องเงินเฟ้อ ถ้าตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงในอนาคต ทองคำมักถูกมองเป็นเครื่องมือป้องกันค่าเงินเสื่อม นักลงทุนอาจซื้อทองเก็บไว้แม้ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นก็ตาม เพราะมองไปที่อนาคตมากกว่าสถานการณ์ปัจจุบัน
สรุปคือความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์กับทองคำเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่ใช่กฎตายตัวที่ใช้ได้ทุกครั้ง
เทรดเดอร์ควรรับมืออย่างไร
สำหรับคนที่กำลังฝึกเทรดทองคำ สิ่งสำคัญคืออย่ายึดสูตรใดสูตรหนึ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา การดูแค่ดัชนีดอลลาร์อย่างเดียวแล้วเปิดออเดอร์ทองสวนทางทันทีอาจเสี่ยงเกินไป ควรดูปัจจัยประกอบอื่น ๆ ด้วย เช่น ข่าวเศรษฐกิจสำคัญในช่วงนั้น ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ และบรรยากาศความเสี่ยงโดยรวมของตลาดโลก
อีกเรื่องที่ควรทำคือการจดบันทึกเวลาที่สูตรนี้ใช้ได้และใช้ไม่ได้ เก็บเป็นข้อมูลของตัวเอง จะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ตกใจเวลาที่ราคาทองสวนทางกับที่คาดไว้ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า ทองคำได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ค่าเงินดอลลาร์อย่างเดียว และการบริหารความเสี่ยงที่ดี เช่นการตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง ยังคงสำคัญไม่ว่าจะเทรดตามสูตรไหนก็ตาม
การเทรดฟอเร็กซ์และทองคำมีความเสี่ยงสูง ราคาสามารถเคลื่อนไหวสวนทางกับที่คาดการณ์ไว้ได้เสมอ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจเทรดทุกครั้ง
ถ้าอยากเข้าใจความสัมพันธ์ของทองคำกับปัจจัยต่าง ๆ ให้ลึกขึ้นแบบมีคนอธิบายให้ฟังสด ๆ ลองมาฟังที่สัมมนาฟรีของ Welseminar ดูได้
_ภาพ: Photo by Tumisu on Pixabay (https://pixabay.com/photos/analytics-charts-business-woman-3265840/)_



