หลายคนที่พิมพ์คำว่า weltrade ประเทศไทย ลงใน Google มักมีคำถามในใจคล้ายกันคือ โบรกนี้เปิดให้คนไทยใช้งานได้จริงไหม น่าเชื่อถือแค่ไหน และถ้าจะเปิดบัญชีควรเช็กอะไรก่อนบ้าง บทความนี้ไม่ได้มาบอกว่า Weltrade ดีหรือไม่ดี เพราะเงื่อนไขของโบรกเกอร์ทุกรายเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สิ่งที่เราจะพาไปดูคือ หลักการตรวจสอบโบรกเกอร์ใด ๆ ก็ตามด้วยตัวเอง ซึ่งใช้ได้กับ Weltrade และโบรกอื่น ๆ ทุกเจ้าที่คุณกำลังพิจารณา
ทำไมคนไทยถึงค้นหาชื่อโบรกเกอร์ก่อนเปิดบัญชี
ก่อนจะฝากเงินเข้าไปเทรด คนส่วนใหญ่อยากรู้สามเรื่องหลัก คือ โบรกนี้มีตัวตนจริง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานไหน และเมื่อถอนเงินจริงจะถอนได้ง่ายหรือยาก คำถามเหล่านี้สมเหตุสมผลมาก เพราะในตลาด Forex มีทั้งโบรกเกอร์ที่ให้บริการมายาวนานและมีระบบตรวจสอบได้ ไปจนถึงเว็บหลอกลวงที่ใช้ชื่อคล้ายโบรกเกอร์จริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอม ๆ
สิ่งสำคัญคือ การค้นเจอชื่อโบรกในกูเกิลไม่ได้แปลว่าปลอดภัย และการที่เว็บไซต์ดูสวยงามมืออาชีพก็ไม่ได้การันตีว่าเงินของคุณจะปลอดภัยเช่นกัน ต้องตรวจสอบเชิงลึกกว่านั้น
เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์รายใดก็ตาม
ไม่ว่าคุณกำลังพิจารณา Weltrade หรือโบรกเกอร์เจ้าไหน ให้ใช้เช็กลิสต์นี้ตรวจสอบทุกครั้ง
- ใบอนุญาตและหน่วยงานกำกับดูแล ตรวจสอบว่าโบรกอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานใด และที่สำคัญคือต้องนำเลขใบอนุญาตไปค้นในเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้นโดยตรง ไม่ใช่เชื่อแค่โลโก้ที่แปะอยู่บนหน้าเว็บโบรก เพราะโลโก้ปลอมทำง่ายมาก
- การแยกบัญชีลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท หรือที่เรียกว่า Segregated Account เป็นมาตรฐานที่โบรกเกอร์น่าเชื่อถือควรมี เพื่อป้องกันไม่ให้เงินลูกค้าถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
- เงื่อนไขฝากถอน อ่านให้ละเอียดว่าฝากขั้นต่ำเท่าไหร่ ถอนใช้เวลากี่วัน มีค่าธรรมเนียมซ่อนอยู่หรือไม่ และมีเงื่อนไขพิเศษที่ทำให้ถอนยากขึ้นหรือเปล่า เช่น ต้องเทรดครบจำนวนล็อตก่อนถึงจะถอนได้
- วิธีคิดสเปรดและค่าคอมมิชชัน แต่ละโบรกมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่างกัน บางเจ้าสเปรดต่ำแต่มีค่าคอมแยก บางเจ้ารวมอยู่ในสเปรดแล้ว ต้องอ่านเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าใจต้นทุนที่แท้จริง
- นโยบายช่วงตลาดผันผวน เช่น ช่วงข่าวสำคัญ สเปรดจะกว้างขึ้นแค่ไหน มีการปิดออเดอร์อัตโนมัติในสถานการณ์พิเศษหรือไม่
- ช่องทางติดต่อและการระงับข้อพิพาท หากเกิดปัญหา มีช่องทางติดต่อที่ตอบสนองจริงไหม และถ้าตกลงกันไม่ได้ มีหน่วยงานกลางที่ช่วยไกล่เกลี่ยหรือไม่
วิธีทดสอบด้วยตัวเองก่อนลงเงินก้อนใหญ่
ต่อให้ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนแล้ว การทดลองด้วยตัวเองคือขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม เริ่มจากเปิดบัญชีทดลองหรือบัญชีเดโมก่อน เพื่อดูว่าระบบเทรดใช้งานง่ายไหม การยืนยันตัวตนยุ่งยากหรือไม่
เมื่อพร้อมใช้เงินจริง ให้เริ่มจากจำนวนเงินน้อยที่สุดเท่าที่โบรกกำหนด อย่าเพิ่งฝากก้อนใหญ่ตั้งแต่ครั้งแรก และที่สำคัญมากคือ ลองทำการถอนเงินจริงครั้งแรกให้เร็วที่สุด แม้จะเป็นจำนวนน้อย เพื่อดูว่ากระบวนการถอนเป็นไปตามที่โบรกระบุไว้จริงหรือไม่ ใช้เวลากี่วัน มีการเรียกเอกสารเพิ่มเติมแบบไม่สมเหตุสมผลหรือเปล่า
สัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง ไม่ว่าจะเป็นโบรกไหน
มีสัญญาณบางอย่างที่ ควรถอยออกมาทันที ไม่ว่าโบรกเกอร์รายนั้นจะใช้ชื่อสวยหรูแค่ไหน
การการันตีกำไรหรือบอกว่าลงทุนแล้วไม่มีทางขาดทุน เป็นสัญญาณอันตรายอันดับต้น ๆ เพราะตลาด Forex มีความผันผวนจริง ไม่มีใครการันตีผลตอบแทนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
การถูกกดดันให้ฝากเงินเพิ่มเรื่อย ๆ โดยอ้างว่าจะได้โบนัสพิเศษหรือปลดล็อกฟีเจอร์บางอย่าง ก็เป็นอีกสัญญาณที่ควรระวัง
การถอนเงินยากผิดปกติ เช่น ระบบค้าง อ้างเหตุผลที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หรือต้องติดต่อผ่านบุคคลที่สามที่ไม่ใช่ช่องทางทางการของโบรก
และสุดท้ายคือการไม่สามารถตรวจสอบใบอนุญาตได้เลย หรือเลขใบอนุญาตที่อ้างถึงไม่ตรงกับข้อมูลในเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล
สรุปก่อนตัดสินใจ
ไม่ว่าจะเป็น Weltrade หรือโบรกเกอร์เจ้าไหนก็ตาม เงื่อนไขของแต่ละโบรกเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทั้งเรื่องใบอนุญาต เงื่อนไขฝากถอน และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำเสมอคือตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของโบรกนั้นโดยตรง อย่าอิงจากบทความเก่าหรือรีวิวที่อาจไม่อัปเดตแล้ว
ถ้าคุณยังใหม่กับการเทรดและอยากเข้าใจพื้นฐานการเลือกโบรกเกอร์ การบริหารความเสี่ยง และการอ่านกราฟก่อนตัดสินใจลงเงินจริง ลองมาเข้าร่วมสัมมนา Forex ฟรีของ Welseminar เพื่อปูพื้นฐานให้แน่นก่อนเริ่มต้นจริงก็เป็นทางเลือกที่ดี
การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและตรวจสอบโบรกเกอร์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
_ภาพ: Photo by Vitaly Gariev on Unsplash (https://unsplash.com/photos/man-in-glasses-reviewing-documents-at-desk-xQydhL4LmlA?utm_source=fxfriend&utm_medium=referral)_



